หลังจากที่ท้าววิราฏทราบเรื่องที่เจ้าชายกีจักรล่วงละเมิดนางไศรันธรี (เทราปที) แทนที่ท้าววิราฏจะจัดการอย่างเด็ดขาด กลับเลือกที่จะนิ่งเฉยเสีย เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมา เจ้าชายกีจักรเป็นขุนพลคนสำคัญของแคว้นมัสยะ แม้จะมีพฤติกรรมโหดร้ายอยู่บ้าง แต่ท้าววิราฏก็จะหลับตาข้างนึงปล่อยให้เรื่องราวผ่านไป
การแสดงออกของท้าววิราฏกลับเพิ่มไฟแค้นให้กับนางไศรันธรียิ่งกว่าเดิม นางมองไปทางกังกะ (ยุธิษเฐียร) ผู้เป็นที่ปรึกษาของท้าววิราฏ กังกะได้แต่ส่ายหน้าแล้วบอกให้นางไศรันธรีเดินทางกลับที่พักไปเสีย
ขณะนั้นเองวัลละ (ภีมะ) ได้บังเอิญเดินผ่านและได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด วัลละโกรธแค้นและปรารถนาจะฆ่าเจ้าชายกีจักร จึงถอนต้นไม้ต้นหนึ่งออกมาเพื่อจะใช้ฟาดเจ้าชายกีจักรให้ตายเสีย
กังกะเห็นดังนั้นก็เอ่ยปากบอกนางไศรันธรีว่า ข้าเชื่อว่าสามีที่เป็นคนธรรพ์ทั้งห้าคงได้ทราบเรื่องราวนี้แล้ว ขอให้นางรอเวลาที่เหมาะที่ควร เมื่อถึงเวลานั้นสามีทั้งห้าของนางจะมาจัดการเรื่องราวทั้งหมดเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น วัลละทราบได้ทันทีว่ากังกะกล่าวห้ามปรามตน วัลละหักห้ามใจลงได้จึงวางต้นไม้ลงเสียโดยดี แต่ส่วนนางไศรันธรีที่ไม่สามารถหักห้ามใจได้
ในท้ายที่สุด นางถอนหายใจยาวๆ แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของนางให้เรียบร้อย แล้วเอ่ยปากออกมาว่า นางเสียใจที่สามีทั้งห้าของนาง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่กลับไม่มีใครกล้าพอที่จะออกหน้าช่วยเหลือ ปล่อยให้นางต้องทนถูกข่มเหง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามีคนแรก ผู้ซึ่งเคยทำให้สามีคนอื่นๆ ต้องกลายเป็นคนโง่จากการเล่นพนันสกา
นางกล่าวเสร็จก็รีบเดินทางกลับไปยังที่พักตามเดิม ด้วยจิตใจที่ร้อนรุ่มดั่งไฟ