หลังจากทุรโยธน์เข้าไปต่อว่าท้าวภีษมะในคืนที่ผ่านมา เมื่อรุ่งเช้าของวันที่ห้ามาถึง กองทัพเการพจึงตั้งกระบวนทัพและเคลื่อนเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง ฝ่ายปาณฑพเองก็นำไพร่พลออกมาตั้งรับ พร้อมเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม
ทันทีที่สัญญาณเริ่มรบดังขึ้น เหล่าทหารราบ รถศึก ม้า และช้างศึกของทั้งสองฝ่ายก็เข้าปะทะกันทั่วทุ่งกุรุเกษตร ท้าวภีษมะนำกองทัพเการพเข้าโจมตีอย่างเต็มกำลัง ขณะที่อรชุน ภีมะ และเหล่าแม่ทัพฝ่ายปาณฑพต่างแยกย้ายกันเข้ารับมือ จนการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดตลอดทั้งวัน
แม้เหล่ายอดนักรบจะผลัดกันได้เปรียบและเสียเปรียบ แต่ก็ยังไม่มีฝ่ายใดสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างเด็ดขาด เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทั้งสองกองทัพจึงถอยกลับไปพักรักษาบาดแผล ก่อนจะกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในรุ่งเช้าของวันที่หก
ในการรบวันที่หก ภีมะเห็นกองทหารเการพตั้งแนวขวางอยู่เบื้องหน้า จึงกระโดดลงจากรถศึกพร้อมถือกระบองคู่กาย แล้วบุกเข้าไปกลางวงล้อมเพียงลำพัง เขาเหวี่ยงกระบองกวาดทหารที่เข้ามาขวางจนล้มลงเป็นจำนวนมาก เสียงร้องของเหล่าไพร่พลและเสียงอาวุธที่กระทบกันดังไปทั่วสนามรบ แต่ภีมะยังคงเดินหน้าตามหาพี่น้องเการพโดยไม่ยอมถอย
เมื่อธฤษฏทยุมน์พบรถศึกของภีมะจอดอยู่โดยไม่มีเจ้าของ เขาจึงรีบติดตามเข้าไปช่วย และพบภีมะกำลังถูกกองทัพเการพปิดล้อมอยู่ ทั้งสองจึงร่วมกันฝ่าวงทหารกลับออกมาได้ ก่อนที่เหล่านักรบฝ่ายปาณฑพจะเข้ามาสมทบและช่วยกันต้านการโจมตีของฝ่ายเการพ
การต่อสู้ดำเนินต่อไปจนถึงยามเย็น แม้ไพร่พลของทั้งสองฝ่ายจะล้มตายลงเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีนักรบคนสำคัญของฝ่ายใดต้องเสียชีวิต ทว่าการบุกเดี่ยวของภีมะในวันนี้ได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่กองทัพเการพอีกครั้ง และทำให้ทุรโยธน์ต้องหาวิธีหยุดยั้งเขาให้ได้ในการรบวันต่อไป