หลังจากการรบในวันที่สี่สิ้นสุดลง กองทัพทั้งสองฝ่ายต่างถอยกลับไปยังค่ายของตน ทั่วทั้งทุ่งกุรุเกษตรเต็มไปด้วยร่างของเหล่าไพร่พลที่ล้มตาย โดยเฉพาะฝ่ายเการพที่ต้องสูญเสียกำลังทหารไปเป็นจำนวนมากจากการบุกโจมตีของภีมะและฆโฏตกัจ
ในคืนนั้น ทุรโยธน์ยังคงเจ็บแค้นที่ภีมะสังหารพี่น้องของตนลงไปหลายคน เขาจึงเดินทางไปหาท้าวภีษมะถึงกระโจม พร้อมกล่าวตัดพ้อว่าเหตุใดกองทัพเการพที่เต็มไปด้วยยอดนักรบจึงไม่สามารถเอาชนะพวกปาณฑพที่มีกำลังน้อยกว่าได้
ทุรโยธน์ยังสงสัยว่าท้าวภีษมะกับโทรณาจารย์อาจไม่ได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง เพราะยังคงมีความรักและความผูกพันต่อพวกปาณฑพ หากยอดนักรบทั้งสองเอาจริงตั้งแต่แรก กองทัพของยุธิษฐิระก็คงไม่สามารถต้านทานได้นานถึงเพียงนี้
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของทุรโยธน์ ท้าวภีษมะจึงเตือนว่า ตนเคยห้ามปรามและขอให้ทุรโยธน์สร้างสันติกับพวกปาณฑพมาหลายครั้งแล้ว แต่ทุรโยธน์กลับไม่เคยยอมรับฟัง อีกทั้งฝ่ายปาณฑพยังมีทั้งอรชุน ภีมะ และกฤษณะคอยช่วยเหลือ การจะเอาชนะพวกเขาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
แม้จะถูกทุรโยธน์กล่าวหา ท้าวภีษมะก็ยืนยันว่าตนยังคงทำหน้าที่แม่ทัพอย่างเต็มกำลัง และในวันรุ่งขึ้นจะนำกองทัพเการพเข้าต่อสู้อย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แต่ไม่ว่าท้าวภีษมะจะกล่าวเตือนเพียงใด ทุรโยธน์ก็ยังคงเชื่อว่าชัยชนะจะต้องตกเป็นของตน และเตรียมส่งไพร่พลกลับเข้าสู่สนามรบอีกครั้งในวันที่ห้า