หลังจากการรบผ่านพ้นไปถึงหกวัน ท้าวภีษมะยังคงนำกองทัพเการพเข้าต่อสู้อย่างแข็งแกร่ง แม้อรชุน ภีมะ และเหล่าแม่ทัพฝ่ายปาณฑพจะพยายามโจมตีอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถล้มยอดนักรบผู้ชราแห่งกรุงหัสตินาปุระลงได้
ความหวังสำคัญของฝ่ายปาณฑพจึงตกอยู่ที่ศิขัณฑิน นักรบผู้ถือกำเนิดมาเพื่อแก้แค้นท้าวภีษมะ เนื่องจากท้าวภีษมะรู้ว่าศิขัณฑินเคยเกิดเป็นเจ้าหญิงอัมพาในอดีตชาติ จึงประกาศว่าจะไม่ยกอาวุธขึ้นต่อสู้กับศิขัณฑินอย่างเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้ เหล่าปาณฑพจึงวางแผนให้ศิขัณฑินเป็นผู้นำหน้าเข้าไปเผชิญหน้ากับท้าวภีษมะ เพื่อเปิดโอกาสให้อรชุนยิงธนูเข้าใส่โดยที่ท้าวภีษมะไม่ยอมตอบโต้ แต่ตลอดการรบทั้งหกวันที่ผ่านมา ศิขัณฑินยังไม่เคยเข้าถึงตัวท้าวภีษมะได้เลย
ทุกครั้งที่ศิขัณฑินพยายามฝ่าแนวรบเข้าไป โทรณาจารย์และเหล่านักรบฝ่ายเการพจะรีบเข้ามาขวางทางเอาไว้ บ้างก็ยิงธนูสกัด บ้างก็นำรถศึกเข้าปิดล้อม จนศิขัณฑินต้องเสียเวลาอยู่กับการต่อสู้และถูกผลักออกห่างจากท้าวภีษมะครั้งแล้วครั้งเล่า
ในคืนนั้น ศิขัณฑินนอนอยู่ภายในกระโจมโดยไม่ยอมวางคันธนู สายตายังคงเต็มไปด้วยความกังวลและความเจ็บแค้น เพราะรู้ดีว่าตนคืออาวุธสำคัญที่จะช่วยให้ฝ่ายปาณฑพเอาชนะท้าวภีษมะได้ แต่ตราบใดที่ยังไม่สามารถฝ่าแนวป้องกันของกองทัพเการพเข้าไปถึงตัวเขาได้ ความหวังที่จะยุติการเข่นฆ่าในสนามรบก็ยังคงอยู่ห่างไกล